กรมบัญชีกลางเอาจริง ไม่ประกาศราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง “หลุด” จากตำแหน่ง

Date: พฤษภาคม 23, 2013 posted by: admin in: 1.ระเบียบ ข้อกฎหมาย

ประกาศราคากลางจัดซื้อจัดจ้างผ่านเว็บไซต์

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา  ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 กรมบัญชีกลาง ได้ ทำหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ กค 0421.4/ ว 179 ถึงปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้กรมบัญชีการได้พัฒนาระบบ e-GP หรือ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเติมให้หน่วยงานของรัฐสามารถประกาศราคากลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้าง ในเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ www.gprocurement.go.th ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา

โดย จะเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป เมื่อหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ประกาศราคากลางได้ทันที และเมื่อครบกำหนดภายใน 180 วันนับแต่วันที่ ครม. มีมติเห็นชอบ ทุกหน่วยงานต้องประกาศราคากลางดังกล่าวในระบบ e-GP

กรม บัญชีกลาง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ที่เห็นชอบตามแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเปิดเผยราคากลาง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติแนวทางเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้าง และการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้างของทางราชการตามแนวทาง ที่กระทรวงการคลังกำหนด และในการเปิดเผยราคาดังกล่าว ให้ประกาศราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลางในเว็บไซต์ของหน่วยงานและ เว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ www.gprocurement.go.th ของกรมบัญชีกลาง

 

“ ในการออกมติดังกล่าว ครม.กำหนดว่า หากหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ดำเนินการได้ทันที ส่วนหน่วยงานใดที่ยังไม่มีความพร้อมให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ครม.มีมติเห็นชอบ (12 กุมภาพันธ์) เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบ ปรามทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103/8 วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554”

ลงชื่อ นางสาวชุณหจิต สังข์ใหม่ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103/8 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงานต่อ ครม. เพื่อ สั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 103/7 วรรคหนึ่ง คือ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทาข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัด ซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทาง อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้

โดย หน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ครม. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการดังกล่าว และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ติดตามผลการดำเนินการตามมติ ครม. ในกรณีดังกล่าวด้วย

ทั้ง นี้ หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูก ถอดถอนจากตำแหน่งหรือต้องพ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี

อย่าง ไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ในหนังสือแจ้งเวียนที่กรมบัญชีกลาง ทำถึงหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมติครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ดังกล่าว ที่แจ้งให้ทุกหน่วยงานต้องประกาศข้อมูลในระบบ e-GP ระบุแค่เรื่องราคากลาง แต่ไม่ได้ระบุถึงการประกาศการคำนวณราคากลาง แต่อย่างใด

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบมติ ครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 พบว่า เป็นการรับทราบผลการปรับปรุงหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีปฏิบัติในการเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการคลัง รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หารือร่วมกันกับประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 103/7 วรรคหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า การ เปิดเผยราคากลางตามพระราชบัญญัติฯ มีเจตนารมณ์มุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลราคากลางและตรวจสอบได้เป็น สำคัญ หากเกิดกรณีการจัดหาพัสดุชนิดเดียวกันแต่ราคากลางที่เปิดเผยแตกต่างกันจะ ต้องพิจารณาจากเจตนาและพฤติการณ์แวดล้อมของการได้มาของราคากลางนั้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้แจ้งเวียนให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติในการเปิดเผย ราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการแล้ว

สำหรับ การเปิดเผยราคากลางของการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้าง เห็นควรให้กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาตามแนวทางการดำเนินการประกวดราคากลาง และรายละเอียดการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

นอก จากนี้ ครม.ยังเห็นสมควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติตามแนวทางการเปิดเผยราคากลางงาน ก่อสร้างของทางราชการ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และแนวทางการเปิดเผยราคากลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่ งานก่อสร้าง ตามมติที่ประชุมหารือระหว่างกระทรวงการคลังและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ทั้ง นี้ หากหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ดำเนินการได้ทันที ส่วนหน่วยงานใดที่ยังไม่มีความพร้อมให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 103/8 วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

และ ให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในการจัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางร่วมกับ กระทรวงการคลังเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อ ไป ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางยานอกบัญชียาหลักและ เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางการ พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษา และสำนักงบประมาณดำเนินการกำหนดราคามาตรฐานโดยให้ครอบคลุมรายการครุภัณฑ์ ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ ให้แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบผลการดำเนินการ ของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ด้วย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หากคำนวณระยะเวลา 180 วัน ที่กฎหมายกำหนดให้ทุกหน่วยงานราชการต้องเปิดเผยข้อมูลราคากลาง และการคำนวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ นับจากวันที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จะครบกำหนดภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2556 นี้

(ดูรายละเอียดในหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่นี่) 

ขอบคุณ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ค้าขายกับส่วนราชการ ต้องมีการลงทะเบียน
เข้าใจถึงความยากลำบากของคนอื่น…กว่าให้ได้มาสักอย่าง